ปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองชลประทานกับความยั่งยืนของประเทศไทย
ธนพงษ์ สงวนสินนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในอดีตการพัฒนาอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรโลกเป็นอย่างมาก อาทิ ปัญหาน้ำเน่าเสีย อากาศเป็นพิษ การรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีเป็นต้น ทำให้ในปีพ.ศ. 2558 ประเทศต่างๆทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้ร่วมมือกันกำหนดเป้าหมายในการพัฒนา ภายใต้ กรอบแนวคิดที่มองการพัฒนาเป็นมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มีความเชื่อมโยงกัน เรียกว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) โดยหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ สำคัญของไทย คือ ปัญหาน้ำเสียในคลองชลประทาน ซึ่งน้ำในคลองชลประทานมีความสำคัญคือ ใช้ในภาคการเกษตร การจัดการบริหารน้ำคลองชลประทานที่ดีสามารถป้องกัน บรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งได้ รวมถึงมีความเกี่ยวข้องกับประเพณีและวัฒนธรรม เช่น ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีลอยกระทง จากที่กล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าน้ำใน คลองชลประทานมีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมกับประเทศไทย โดยสาเหตุของปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองชลประทาน เกิดจากหลายสาเหตุ อย่างน้อย 5 ประการ คือ ในแง่ของการเชื่อมโยงปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองชลประทานกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs นั้น สามารถวิเคราะห์ได้อย่างน้อย 3 ประเด็น ได้แก่ (ก) การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ผ่านมาทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียได้ อาทิ เป้าหมายที่ […]
จัดการพลาสติกให้ท้องทะเลไทย
การจัดการพลาสติกให้ท้องทะเลไทย หากพวกเราร่วมมือร่วมใจใน “การระดมเงินทุน” เพื่อการจัดการขยะบนบกและในทะเล เพื่อท้องทะเลไทยให้สวยงาม ไม่เห็นภาพอุจจาดตา และเพื่อสัตว์ทะเลที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย การระดมเงินทุนดังกล่าว ควรจะต้องมาจาก “ผู้ที่ใช้ประโยชน์ท้องทะเลไทย” เช่น การประมง (สัตว์น้ำที่เป็นอาหารของพวกเรา) การท่องเที่ยวทางทะเล และการอนุรักษ์สัตว์น้ำและพืชน้ำในทะเล ที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำและเป็นการรักษาระบบนิเวศให้สมบูรณ์เพื่อสร้างประชากรปลาให้อุดมมากขึ้น และดึงดูดการท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างยั่งยืน หากภาครัฐเล็งเห็นความสำคัญของการจัดการขยะพลาสติกในท้องทะเลไทยอย่างจริงจัง ภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง มาให้ชุมชนหรือองค์กรของภาคประชาชนในการจัดการด้วยวิถีชุมชน และสามารถแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างแท้จริง และดำเนินการได้ในระยะยาว (มิใช่แบบ “ไฟไหม้ฟาง”) เงินทุนดังกล่าวทั้งจากภาคประชาชนผู้ที่ใช้ประโยชน์ท้องทะเลไทยและจากภาครัฐ จะทำให้สามารถคิดค้นกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเลไทย เงินจำนวนนี้สามารถสร้างอาชีพใหม่ให้สังคมไทย ที่เป็นเอื้อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Blue-Green Jobs) เช่น “จัดการพลาสติกให้ท้องทะเลไทย” และ “ปลูกพืชอาหารและปล่อยสัตว์น้ำให้เป็นอาหารของสัตว์ทะเลไทย” เพื่อน้องมาเรียมและพี่ยามีล เป็นต้น
ปัญหาพลาสติกจัดการอย่างไรดี
ปัญหาพลาสติกจัดการอย่างไรดี ในการลดปัญหาขยะพลาสติกนั้น มีการศึกษาของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2560 เรื่อง มาตรการที่เกี่ยวข้องในการจัดการถุงพลาสติก โดยเน้นที่ “ถุงพลาสติกหูหิ้ว” ที่ใส่สิ่งของที่จับจ่ายใช้สอยของประชาชน โดยส่วนหนึ่งของการศึกษานี้ได้วิเคราะห์ความเต็มใจจ่าย (willingness to pay) ของประชาชนเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก ด้วยการใช้แบบสอบถามและแบบจำลองทางเศรษฐมิติจำนวน 2,040 ตัวอย่าง และพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นพ้องว่า ประชาชนทุกคนควรมีส่วนในการแบกรับต้นทุนในการจัดการขยะถุงพลาสติก กลุ่มตัวอย่างเสนอแนวทางการนำเงินค่าธรรมเนียมถุงพลาสติกไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ดังนี้ (ก) เพื่อจัดตั้งกองทุนในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 36) (ข) เพื่อนำไปจัดการปัญหาขยะเท่านั้น (ร้อยละ 33) (ค) เพื่อนำไปใช้ในกิจการของประเทศ (ร้อยละ 18) และ (ง) เพื่อนำไปช่วยผู้ที่มีรายได้น้อย (ร้อยละ 13) โดยเฉลี่ยแล้วผู้ตอบแบบสอบถามยินดีที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมประมาณ 1 บาท เพื่อให้ได้ถุงพลาสติกมาใช้ตามปกติ ดังนั้นการกำหนดค่าธรรมเนียมเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคลดการใช้ถุงพลาสติก ควรกำหนดให้ค่าธรรมเนียมมีอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ย WTP ดังนั้น การศึกษานี้จึงเสนอให้เน้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมถุงพลาสติก โดยกำหนดเป็นจำนวน 1.5 – 2 […]
โศกนาฏกรรม “น้องมาเรียม – พี่ยามีล”
โศกนาฏกรรม “น้องมาเรียม – พี่ยามีล” ปรากฏการณ์ที่พะยูนเสียชีวิตต่อเนื่องในปี 2562 นี้ นับว่าสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้คนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่รักสัตว์ และผู้ที่รับทราบสาเหตุของการเสียชีวิตของพะยูน ดั่งเช่น “มาเรียม” และ “ยามีล” ที่อาศัยอยู่ในทะเลอันดามันชายฝั่งประเทศไทย หากพะยูนเหล่านี้เสียชีวิตตามธรรมชาติ ก็คงจะไม่สร้างความสะเทือนใจ เท่ากับเสียชีวิตด้วยฝีมือมนุษย์ หรือ หากพะยูนเหล่านี้เสียชีวิตด้วยเครื่องมือประมง ก็คงไม่สร้างความเศร้าใจเท่าใดนัก เนื่องจากเราสามารถหาทางออกให้กับ “วิถีการประมง” ได้ เช่น ปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมง หรือ ไม่เข้าไปจับปลาในแหล่งที่อยู่อาศัยของพะยูน แต่พะยูนเหล่านี้เสียชีวิตจากสิ่งแปลกปลอมที่มิใช่อาหารของเขา หากแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้แล้วทิ้ง นั่นคือ ขยะพลาสติก ที่สร้างปัญหาสุขภาพให้แก่พะยูนทั้งทางตรงและทางอ้อม พวกเราทราบกันมาระยะหนึ่งแล้วว่า ขยะบนบกที่พวกเราก่อขึ้นมานั้น ไม่สามารถจัดการได้ดีเท่าที่ควร และมีขยะจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบการจัดการ ทำให้มีขยะไหลหรือเคลื่อนย้ายลงสู่ทะเล อีกทั้งทะเลไม่สามารถจัดการขยะเหล่านั้นได้ด้วยวิถีทางธรรมชาติ การจัดการขยะบนบกน่าจะง่ายกว่าการจัดเก็บขยะในท้องทะเล ทั้งในแง่ของต้นทุนและกำลังคน อีกทั้งยังเป็นการจัดการที่ต้นทาง มิใช่แก้ปัญหาที่ปลายทาง (ในทะเล) การจัดการขยะพลาสติก สามารถดำเนินการได้ง่าย ถ้าพวกเรารู้จักแยกขยะพลาสติกออกจากขยะประเภทอื่น และกระทำกันอย่างเป็นประจำจนเป็นนิสัยหรือวัฒนธรรมองค์กร (บ้าน ที่ทำงาน สถานที่สาธารณะ) และการแยกขยะพลาสติก ก็มิใช่ดำเนินการได้ง่าย ถ้าไม่มีอุปกรณ์หรือถังขยะที่ถูกต้อง ให้พวกเราแยกขยะพลาสติก […]
UNDP จับมือ Samsung ทำแอพและอุปกรณ์เสริม Global Goals
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา UNDP ได้ประกาศความร่วมมือกับ Samsung ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจากประเทศเกาหลีใต้ โดยการเปิดตัวแอพ Global Goals และขายอุปกรณ์เสริมธีม Global Goals เพื่อสร้างความตระหนักรับรู้ให้กับประชาชน และนำรายได้ไปสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ ของ Global Goals สำหรับแอพ Global Goals ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Global Goals ทั้ง 17 เป้าหมาย รวมทั้งสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเป้าหมายที่ตนเองสนใจได้ โดยการบริจาคเงินให้กับ UNDP โดยตรง หรือ ชมโฆษณาในแอพเพื่อรับรายได้ แล้วนำเงินดังกล่าวไปบริจาคให้กับเป้าหมายที่ตนเองสนใจอีกทีนึง ทั้งนี้แอพ Global Goals จะรองรับ 19 ภาษา และถูกติดตั้งมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Samsung Galaxy Note 10 ซึ่งได้ทำการเปิดตัวในวันเดียวกัน ส่วนสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy รุ่นอื่นๆ จะสามารถดาวน์โหลดแอพนี้ได้ในภายหลัง สำหรับอุปกรณ์เสริมธีม […]
สรุปและเพิ่มเติมจากบทความ “โตเกียว 2020 ทัวร์นาเมนต์สีเขียวแห่งการรักษ์โลก”
สรุปและเพิ่มเติมจากบทความ “โตเกียว 2020 ทัวร์นาเมนต์สีเขียวแห่งการรักษ์โลก” 1) การชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการขอรับบริจาคคาร์บอนเครดิตที่เมืองโตเกียวได้จัดสรรให้กับสถานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้าร่วม Tokyo Cap-and-Trade Program จำนวน 720,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในช่วงพิธีเปิดและพิธีปิดโอลิมปิก 2) การใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานหลักในการผลิตไฟฟ้าที่ใช้ในการแข่งขันและในหมู่บ้านนักกีฬา รวมทั้งยังมีการสร้างถนนพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ในการสัญจรและผลิตพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในการแข่งขัน 3) การใช้ยานพาหนะที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ Toyota JPN Taxi ซึ่งเป็นรถแท็กซี่เครื่องยนต์แบบไฮบริด ที่รองรับทั้งก๊าซ LPG และไฟฟ้า เพื่อรับส่งผู้โดยสาร และ Toyota APM ซึ่งเป็นรถชัตเทิลบัสไฟฟ้า ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ สำหรับขนส่งผู้คนระหว่างสนาม รวมทั้งยังมีรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน ที่ใช้ขนส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ในช่วงการแข่งขันโอลิมปิก 4) การรีไซเคิล ได้แก่ เหรียญรางวัลรีไซเคิลจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยการขอรับบริจาคอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ต่างๆ ของประชาชน แล้วนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นมาสกัดเป็นทอง เงิน และทองแดง เพื่อนำไปผลิตเหรียญรางวัลโอลิมปิกต่อไป รวมทั้งชุดแข่งรีไซเคิล โดยการขอรับบริจาคเสื้อเก่า เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นชุดนักกีฬาทีมชาติญี่ปุ่น […]
เสวนาจับกระแสเศรษฐกิจสีเขียว ปีที่ 3 ครั้งที่ 3
เสวนาจับกระแสเศรษฐกิจสีเขียว ปีที่ 3 ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว (PRO-Green) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดเสวนาจับกระแสเศรษฐกิจสีเขียว ปีที่ 3 ครั้งที่ 3 ในหัวข้อ “ความคืบหน้าของนโยบายและมาตรการด้านเศรษฐกิจสีเขียว ในช่วงของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12” โดยการเสวนาครั้งนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนความคืบหน้าของนโยบายและมาตรการด้านเศรษฐกิจสีเขียวขององค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งประเด็นการเสวนาประกอบด้วย 1) การดำเนินงานหรือแผนงาน/โครงการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียว ในเรื่องอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง 2) การดำเนินงานมีความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ อย่างไรบ้าง 3) ปัจจัยของความสำเร็จในการดำเนินงาน คืออะไร 4) ปัญหาและอุปสรรค มีอะไรบ้าง และมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวอย่างไร 5) ในภาพรวม ประเทศไทยสามารถนำแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวไปปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด และควรมีแนวทางในการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติให้มากขึ้นได้อย่างไร ทั้งนี้ ทาง PRO-Green ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.โสภารัตน์ จารุสมบัติ คณะรัฐศาสตร์ […]
สหรัฐอเมริกาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแซงหน้าถ่านหินเป็นครั้งแรก ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
สหรัฐอเมริกาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแซงหน้าถ่านหินเป็นครั้งแรก ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Energy Information Administration รายงานว่า สหรัฐอเมริกาสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมได้ประมาณ 68.5 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง และผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินได้ประมาณ 60 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง ในเดือนเมษายน 2019 นับเป็นครั้งแรกที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าพลังงานถ่านหิน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ เพราะเดือนเมษายนมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่ต่ำ และมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินยังมีการปิดซ่อมบำรุงประจำปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหินจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ค่อนข้างชัดเจนว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะมีบทบาทสำคัญมากกว่าพลังงานถ่านหินในอนาคต เนื่องจากมีการทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน และมีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อ้างอิง https://arstechnica.com/information-technology/2019/06/renewable-electricity-beat-out-coal-for-the-first-time-in-april/?amp=1 https://www.bloomberg.com/amp/news/articles/2019-06-25/for-first-time-ever-renewables-surpass-coal-in-u-s-power-mix https://amp.theguardian.com/environment/2019/jun/26/energy-renewable-electricity-coal-power
ญี่ปุ่นต้องการเป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียในอาเซียน
ญี่ปุ่นต้องการเป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียในอาเซียน กระทรวงสิ่งแวดล้อม เอกชน และเทศบาลท้องถิ่น ของญี่ปุ่น ร่วมมือกันผ่านทางการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อดำเนินการศึกษา พัฒนาข้อเสนอ และเข้าประมูล โครงการด้านการจัดการของเสียใน 10 ประเทศอาเซียน ดังนี้ 1. โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อทำโรงไฟฟ้าพลังงานขยะขั้นทดลองจำนวน 10 โครงการ ในสิงค์โปร์ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย อยู่ก่อนหน้าแล้ว และในปีนี้ กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นจะจัดสรรเงินจำนวน 2,000 ล้านเยน (18.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ของงบประมาณปี 2019 เพื่อสนับสนุนการสำรวจภาคสนามและกิจกรรมอื่นๆ ก่อนการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ รวมทั้งวางแผนที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอีกครึ่งหนึ่งผ่านทาง Joint Crediting Mechanism ซึ่งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะนี้ มีจุดเด่นที่ไม่ได้ขายเฉพาะเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงระบบจัดการขยะ การฝึกอบรมบุคลากร การรีไซเคิล และบริการอื่นๆ อีกด้วย โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมจะร่วมมือกับบริษัทเอกชน เช่น Hitachi Zosen, JFE Engineering, และ Mitsubishi Heavy Industries […]
พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน จะมีสัดส่วนกว่า 50% ของโครงข่ายไฟฟ้าโลก ภายในปี 2050
พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน จะมีสัดส่วนกว่า 50% ของโครงข่ายไฟฟ้าโลก ภายในปี 2050 Bloomberg New Energy Finance (BNEF) ได้ประเมินว่า การลดลงอย่างต่อเนื่องของต้นทุนเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน จะทำให้มีสัดส่วนของพลังงานทดแทนในโครงข่ายไฟฟ้าโลกถึง 50% ภายในปี 2050 โดยพบว่า แผงเซลล์แสงอาทิตย์มีต้นทุนลดลง 28% กังหันลมมีต้นทุนลดลง 14% และแบตเตอรี่ลิเธียมไออนมีต้นทุนลดลง 18% เมื่อกำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้งของโลกเพิ่มขึ้นทุกๆ 2 เท่า นอกจากนี้ ยังพบว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่กว่า 2 ใน 3 ของโลก เป็นพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมอีกด้วย เพราะเป็นทางเลือกในการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนถูกที่สุด ทั้งนี้ BNEF เชื่อว่า การลดลงของต้นทุนเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน จะช่วยให้ภาคพลังงานโลกมีส่วนร่วมในการรักษาอุณภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส อย่างน้อยที่สุดถึงปี 2030 อ้างอิง https://cleantechnica.com/2019/06/20/solar-wind-batteries-to-drive-50-renewable-grid-by-2050/