5 นโยบาย/ข้อเสนอแนะ/โครงการที่น่าสนใจ เพื่อการจัดการขยะพลาสติกของไทย

  คมศักดิ์ สว่างไสว นักวิชาการประจำศูนย์ฯ   จากการเสียชีวิตของลูกพะยูน “มาเรียม” ที่ได้กินขยะพลาสติกเข้าไปเพราะคิดว่าเป็นอาหาร และการตรวจพบไมโครพลาสติกในกระเพาะปลาทู ซึ่งเป็นปลาที่คนไทยนิยมรับประทาน ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างกระแสความสนใจและความตระหนัก ในปัญหาขยะพลาสติกและไมโครพลาสติกของสังคมไทยเป็นอย่างมาก จนเกิดการรณรงค์ไม่ให้ใช้ถุงพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวกันอย่างแพร่หลาย รวมทั้งการเก็บขยะตามชายหาดท่องเที่ยว   รูปที่ 1 ข่าวการเสียชีวิตของพะยูนน้อย “มาเรียม” และการตรวจพบไมโครพลาสติกในกระเพาะปลาทู ที่มา: https://www.facebook.com/mangozero/posts/2306206699708902, https://www.facebook.com/mnpoc.trang3/posts/2120974728207664   เรื่องนี้ทำให้ผู้เขียนสงสัยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีนโยบายจากภาครัฐอะไรบ้างในการจัดการปัญหาขยะพลาสติก ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมหรือไม่ นักวิชาการได้ให้ข้อเสนอแนะอะไรบ้าง และมีโครงการที่ดำเนินงานแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมบ้างไหม ซึ่งจากการค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล ทำให้ผู้เขียนได้พบกับ 5 นโยบาย/ข้อเสนอแนะ/โครงการที่น่าสนใจ เพื่อการจัดการขยะพลาสติกของไทย ดังนี้   (ร่าง) โรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 สำหรับนโยบายหลักของประเทศไทยในการจัดการขยะพลาสติก คงจะหนีไม่พ้น “(ร่าง) โรดแมปการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573” ของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกรอบและทิศทางการดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศ โดยโรดแมปประกอบด้วย 2 เป้าหมาย ดังนี้ […]

ปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองชลประทานกับความยั่งยืนของประเทศไทย

ธนพงษ์ สงวนสินนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในอดีตการพัฒนาอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรโลกเป็นอย่างมาก อาทิ ปัญหาน้ำเน่าเสีย อากาศเป็นพิษ การรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีเป็นต้น ทำให้ในปีพ.ศ. 2558 ประเทศต่างๆทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้ร่วมมือกันกำหนดเป้าหมายในการพัฒนา ภายใต้ กรอบแนวคิดที่มองการพัฒนาเป็นมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มีความเชื่อมโยงกัน เรียกว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) โดยหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ สำคัญของไทย คือ ปัญหาน้ำเสียในคลองชลประทาน ซึ่งน้ำในคลองชลประทานมีความสำคัญคือ ใช้ในภาคการเกษตร การจัดการบริหารน้ำคลองชลประทานที่ดีสามารถป้องกัน บรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งได้ รวมถึงมีความเกี่ยวข้องกับประเพณีและวัฒนธรรม เช่น ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีลอยกระทง จากที่กล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าน้ำใน คลองชลประทานมีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมกับประเทศไทย โดยสาเหตุของปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองชลประทาน เกิดจากหลายสาเหตุ อย่างน้อย 5 ประการ คือ ในแง่ของการเชื่อมโยงปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองชลประทานกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs นั้น สามารถวิเคราะห์ได้อย่างน้อย 3 ประเด็น ได้แก่ (ก) การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ผ่านมาทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียได้ อาทิ เป้าหมายที่ […]

เปิดแล้ว! ทางเชื่อมผืนป่าเขาใหญ่-ทับลาน อุโมงค์สัตว์ข้ามแห่งแรกของไทย

เปิดแล้ว! ทางเชื่อมผืนป่าเขาใหญ่-ทับลาน อุโมงค์สัตว์ข้ามแห่งแรกของไทย เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2562 กรมทางหลวงได้เปิดใช้ทางเชื่อมผืนป่าเขาใหญ่-ทับลาน บนทางหลวงหมายเลข 304 สาย อ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย อย่างเป็นทางการวันแรก โดยด้านล่างของอุโมงค์เป็นถนนให้รถสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ พร้อมทั้งมีการติดรั้วกั้นสัตว์ป่า เพื่อไม่ให้รถเฉี่ยวชนสัตว์ป่าอีกด้วย ส่วนด้านบนอุโมงค์มีการถมดิน ปลูกไม้พุ่มขนาดเล็ก และสร้างโป่งเทียมกับบ่อน้ำ เพื่อจูงใจให้สัตว์ป่าเดินเข้ามา และสามารถข้ามฝั่งระหว่างผืนป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานได้ โดยไม่เกิดอันตราย นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างสะพานสูงยกระดับอีก 2 จุด เพื่อให้รถวิ่งบนสะพาน ส่วนด้านล่างมีการปลูกต้นไม้และทำทางลอดสัตว์ป่า เพื่อให้สัตว์ป่าสามารถข้ามฝั่งไปมาระหว่างสองอุทยานได้อย่างปลอดภัย ในอดีตทางหลวงหมายเลข 304 สาย อ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย มีเพียงสองช่องจราจร และมีสภาพเป็นคอขวด รวมทั้งมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่น ทำให้การจราจรติดขัด และมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้งรถยนต์ชนกันเอง และรถยนต์ชนสัตว์ป่า ดังนั้น การขยายถนนเส้นนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของประชาชน รวมทั้งลดความเสียหายในทรัพย์สินของประชาชนอีกด้วย นอกจากนี้ การสร้างทางเชื่อมผืนป่าระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลาน ทั้งที่เป็นบนอุโมงค์และทางลอด จะช่วยลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตของสัตว์ป่าได้ รวมทั้งเป็นการดำรงรักษาไว้ซึ่งวิถีชีวิตของสัตว์ป่า โดยการสร้างทางเชื่อมผืนป่านี้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการมรดกโลก เพราะถนนเส้นนี้ตัดผ่านพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 2548 ทั้งนี้ โครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข […]

วิพากษ์ PM 2.5 (ครั้งที่ 2): ความเหลื่อมล้ำทางสังคม กับ ผอ.โปรกรีน

วิพากษ์ PM 2.5 (ครั้งที่ 2): ความเหลื่อมล้ำทางสังคม กับ ผอ.โปรกรีน รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว “ใครก่อให้เกิด PM2.5: คนจน หรือ คนรวย” เมื่อแหล่งกำเนิดของฝุ่นละออง (Particulate Matter: PM ชนิดต่าง ๆ ทั้ง PM10 PM2.5 PM1 ฯลฯ) มาจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นสำคัญ ดังนั้น เรามาไตร่ตรองกันว่า “ใครเป็น “ต้นตอ” ให้มีการสร้าง PM” เช่น ผู้บริโภค หรือ ผู้ผลิต คำถามแรก ในกรณีที่เป็น “ผู้ผลิต” สินค้าและบริการต่าง ๆ กิจกรรมการผลิตเหล่านั้นมีการตรวจสอบให้มีการปล่อย PM เป็นตามมาตรฐานแล้วหรือไม่ คำถามที่สอง หากผู้บริโภคทราบว่าผู้ผลิตฯ เป็นผู้สร้าง PM แล้วผู้บริโภคจะยังคงสนับสนุนซื้อสินค้าและบริการเหล่านั้นอยู่ต่อไปหรือไม่ และคำถามที่สาม หากเรายุติหรือรัฐสั่งหยุดการผลิตสินค้าและบริการชั่วคราวเพื่อบรรเทาปัญหา PM ผู้บริโภคจะ […]

วิพากษ์ PM2.5: ฝีมือมนุษย์หรือธรรมชาติ กับ ผอ.โปรกรีน

วิพากษ์ PM2.5: ฝีมือมนุษย์หรือธรรมชาติ กับ ผอ.โปรกรีน ผู้ให้สัมภาษณ์ รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ ผู้อำนวยการศูนย์ฯผู้เรียบเรียง คุณศรัณย์ ประวิตรางกูร “ปัญหาหมอกควันในปัจจุบันเป็นฝีมือใคร” ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเป็นช่วงนี้ของปี ตามฤดูกาล ทุกปี ผนวกกับกิจกรรมของมนุษย์ที่เป็นต้นตอของฝุ่นและมลพิษทางอากาศ จึงทำให้ฝุ่นและมลพิษทางอากาศถูกพัดมารวมที่เขตพื้นที่ประเทศไทย และไม่เคลื่อนย้ายระบายออกไปพื้นที่อื่น ระดับความรุนแรงของปัญหาเกิดขึ้นจากระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กว่าในอดีตที่ผ่านมา อีกนัยหนึ่ง ธรรมชาติส่งผลให้เกิดการสะสมมลพิษได้ง่าย และมนุษย์เป็นตัวเร่งความรุนแรงของเหตุการณ์ให้มากขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ที่ก่อให้เกิด PM2.5 อาทิ การเผาไหม้เชื้อเพลิง กระบวนการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม การผลิตไฟฟ้า การเดินทางของประชาชน การก่อสร้าง การขนส่งสินค้า การเผาขยะ การเผาถางพื้นที่เกษตร เป็นต้น ซึ่งอันที่จริงกิจกรรมทางเศรษฐกิจเหล่านี้ก็เกิดสารมลพิษอื่นด้วย เช่น PM10 NOx SOx CO2 “มุมมองทางเศรษฐศาสตร์ต่อปัญหา PM2.5” Negative externality กิจกรรมของมนุษย์สร้างผลกระทบเชิงลบแบบที่ตั้งใจ (สามารถปรับปรุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้สะอาดได้แต่ไม่ทำ) และแบบไม่ตั้งใจ (มีข้อจำกัดในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ) Polluter responsibility ผู้สร้างฝุ่นและมลพิษทางอากาศ ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการบรรเทาปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้น คือ […]

การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม: บทเรียนของการลดโลกร้อนจากประเทศเยอรมนี และข้อคิดสำหรับประเทศไทย

การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม: บทเรียนของการลดโลกร้อนจากประเทศเยอรมนี และข้อคิดสำหรับประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร.กิริยา กุลกลการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นร่วมสมัยที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก นานาประเทศต่างเห็นพ้องกันว่า จะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาวิกฤตโลกร้อน โดยกำหนดไว้ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติปีพ.ศ. 2558 และข้อตกลงปารีสว่าด้วยสภาพภูมิอากาศ ปีพ.ศ. 2558 และในส่วนของประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนข้อตกลงทั้งสอง และให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) และมีแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ศ. 2558-2593) เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ภายใต้การสนับสนุนของสหประชาชาติ ได้ออกรายงานสำคัญว่า สังคมทั่วโลกจะต้องยอมเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทั้งในวิธีการใช้พลังงาน การคมนาคมขนส่ง และการก่อสร้าง เพื่อหลีกหนีให้พ้นผลอันเลวร้ายที่สุดของภาวะโลกร้อน โดยเตือนให้ทั่วโลกช่วยกันปกป้องไม่ให้โลกร้อนขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากเดิมที่กำหนดไว้ 2 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง มีการประกาศรางวัลโนโบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปีพ.ศ. 2561 ผลปรากฎว่า วิลเลียม […]

The MATTER : มองการท่องเที่ยวแบบเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม กับ รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ

เริ่มเข้าใกล้ช่วง high season ของการท่องเที่ยวไทย หลายคนอั้นวันหยุดไว้เพื่อมาปล่อยเอาเต็มที่ปลายปี คุณคงนั่งอ่านรีวิว เปิดดูวิวในอินสตราแกรม อ่านโฆษณานู่นนี่จนจิตใจเตลิด หรือจองทริปสุดรื่นเริงต่างจังหวัดราวกับร่างกายเรียกร้องให้กลับไปใกล้ชิดธรรมชาติอีกครั้ง สถานที่เที่ยวสุดฮิตในโลกออนไลน์ตามเก็บครบหรือยัง? นักท่องเที่ยวเองอาจจะมีเส้นบางๆ เส้นหนึ่งที่แยกความแตกต่างระหว่างเที่ยวเพื่อ ‘กระจายรายได้’ กับเที่ยวเพื่อ ‘ไปใช้ทรัพยากรบ้านเขา’ ซึ่งให้ผลลัพธ์ระยะยาวต่อทรัพยากรประเทศต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณจังหวัดแนวชายฝั่งซึ่งเป็นพื้นที่มูลค่าสูง และถูกตักตวงทรัพยากรไปใช้ประโยชน์จนเสื่อมโทรม ทะเลไม่ได้มีแค่ชายหาดและคลื่นสวย ธรรมชาติถักทอพันเกี่ยวมากกว่านั้นระหว่างวิถีชีวิตมนุษย์และทรัพยากร “ถ้าคุณอยากเห็นการท่องเที่ยวไทยที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร ให้คุณลองไปเที่ยวหลังช่วง high season ดูสิ คุณจะเห็นทุกอย่างเละไปหมด คุณจะเห็นการท่องเที่ยวชนิดตักตวงทรัพยากรจนสถานที่เสื่อมโทรม คุณจะเห็นขยะที่คนก่อนหน้าทิ้งไว้ น้ำในโรงแรมคุณจะไม่ไหล อาหารที่คุณอยากกินจะไม่มี  นี่เป็นเพียงสิ่งที่คุณต้องเผชิญแค่ช่วงเวลาวันหยุด แต่กลับเป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องเผชิญตลอดทั้งชีวิต” “สิ่งที่คุณทำเพียงเขียนรีวิวตำหนิสถานที่นั่นว่า แย่ ไม่ประทับใจ เสียความรู้สึก แต่คุณกลับไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบนั้นเลย” รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิจัย ชวนเราคิดถึงความหมายของการท่องเที่ยวในนิยามใหม่ ที่มองลึกไปถึงทรัพยากรการท่องเที่ยวว่าทุกอย่างที่คุณใช้ ‘ล้วนมีที่มาที่ไป’ ไม่ได้เสกขึ้นมา เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง และเงินซ่อมทุกอย่างไม่ได้ หากนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่มองด้วยสายตาแบบ ‘เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม’ คุณอาจจะขนลุกกับการท่องเที่ยวครั้งที่ผ่านๆ มา …เราโยนความรับผิดชอบไว้ให้คนอื่นเสมอ “คำถามก็คือ เราจะเรียกการท่องเที่ยวเช่นนี้ว่า การกระจายรายได้สู่สังคม หรือไปตักตวงใช้ทรัพยากรของเขามา?” “อย่าคาดหวังการท่องเที่ยวที่ได้ตามอย่างโฆษณา เพราะคุณจะไม่ได้สิ่งนั้น” อาจารย์นิรมลเป็นหนึ่งในนักวิจัยที่สนใจศึกษา ‘เศรษฐกิจสีน้ำเงิน’ หรือ Blue Economy คำที่เริ่มคุ้นหูในช่วง 5-6ปีที่ผ่านมา ว่าด้วยฐานเศรษฐกิจทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่กำลังมีความเปราะบางอ่อนไหว จากการที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรบนบกจนร่อยหรอลงเรื่อยๆ ผลกระทบของ climate […]

ปฏิญญา Andaman Go GREEN

6 องค์กรภาคเอกชน 6 จังหวัดอันดามัน จับมือประกาศปฏิญญา Andaman Go GREEN มุ่งพัฒนาพื้นที่ไปสู่ความยั่งยืน และเป็นธรรม ที่ จ.พังงา 6 องค์กรภาคเอกชนในพื้นที่ 6 จังหวัดอันดามัน ประกอบด้วยผู้แทนจากหอการค้า ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผู้แทนสภาเกษตรกร ผู้แทนเครือข่ายประมงพื้นบ้าน ผู้แทนเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน และผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล จากจังหวัดระนอง กระบี่ ตรัง สตูล ภูเก็ตและพังงา เข้าร่วมสัมมนา “ปฏิญญาAndaman Go Green”พร้อมกับร่วมลงนามใน “ปฏิญญาAndaman Go Green” และมีผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆใน 6 จังหวัดอันดามัน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานกว่า 200 คน นายสุทธิโชค ทองชุมนุม อดีตประธานหอการค้า จ.พังงา กรรมการสภาหอการค้าไทย เป็นผู้แทนอ่านคำประกาศปฏิญญา “Andaman Go Green” โดยมีเนื้อหาว่า “การกำหนดทิศทางการพัฒนาของภูมิภาคอันดามันมีขึ้นเพื่อตระหนักถึงภาระอันสำคัญนี้ หลายภาคส่วนจึงร่วมแรงร่วมใจกันออกแบบทิศทางการพัฒนาเพื่อให้ภูมิภาคอันดามันมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เป็นกระบวนการพัฒนาบนฐานความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นกระบวนการพัฒนาเพื่อให้เกิดการกระจายและเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคบนโลกใบนี้ที่จะประกาศว่าจะสร้างทิศทางการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาของโลกที่ผ่านมาตามแนวทางการพัฒนาของสหประชาชาติ […]

การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวโดยคำนึงถึงผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน

การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวโดยคำนึงถึงผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน ศรัณย์ ประวิตรางกูรนักวิชาการประจำ ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียวคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1. บทนำ หากจะกล่าวถึงการพัฒนาประเทศโดยการใช้มุมมองของเศรษฐกิจสีเขียวนั้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถละเลยได้ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว ที่ต้องการให้การเติบโตทางเศรษฐกิจหรือความอยู่ดีกินดีของมนุษย์เป็นไปโดยควบคู่กับการทำสิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืน ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาสิ่งแวดล้อม และต้องมีความเท่าเทียมกันในสังคม (UNEP, 2011) ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คนทั่วโลกให้ความสำคัญและเริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามประการหนึ่งนั้น คือ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าปัญหาโลกร้อน สาเหตุนั้นเกิดจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศส่งผลให้โลกดูดซับรังสีความร้อนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกเพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะทางกายภายของภูมิอากาศโลกหลายประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงในปริมาณฝน อุณหภูมิน้ำทะเล การเพิ่มขึ้นของพายุ ความสูงของน้ำทะเล ความเค็มและความเป็นกรดของน้ำทะเล และ การไหลของกระแสน้ำอุ่นน้ำเย็น เป็นต้น (IPCC, 2007) ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งอื่นๆ ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่ต่างก็อยู่บนโลกใบนี้ด้วย ผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในลักษณะทางกายภาพของโลก ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย อาทิ ปริมาณน้ำฝนและความชื้นย่อมส่งผลของผลิตภาพการผลิตของสินค้าเกษตร การที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่งและระบบนิเวศชายฝั่ง อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอนามัยและผลิตภาพแรงงาน เป็นต้น โดยเฉพาะในกรณีของประเทศกำลังพัฒนาที่เน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมากกว่าด้านอื่น ผลเสียหายนั้นย่อมมีมูลค่าสูงมากเมื่อเทียบกับมูลค่าของขนาดเศรษฐกิจ และมักจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในด้านอื่น เช่น การเสียชีวิตที่เกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน เป็นต้น (IPCC, 2012)  2. ความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเด็นเรื่องความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นสิ่งที่นานาชาติให้ความสำคัญ […]

การสนับสนุนธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การสนับสนุนธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นาย คมศักดิ์ สว่างไสวนักวิชาการประจำ ศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียวคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกริ่นนำ ภาคธุรกิจถือว่าเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนมิติต่างๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การจ้างงาน การสร้างนวัตกรรม สังคม หรือสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม ถ้าภาคธุรกิจมีความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยตัวของตัวเองแล้ว ย่อมจะส่งผลดีต่อทั้งสังคมและประเทศชาติในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การให้ภาคธุรกิจดำเนินงานธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพียงฝ่ายเดียว อาจจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างราบรื่น ถ้าปราศจากการสนับสนุนจากภาครัฐ ที่สามารถมองภาพรวมของเศรษฐกิจสีเขียวและการเติบโตสีเขียวได้ดีกว่า ดังนั้น ในบทความนี้จะนำเสนอการดำเนินงานเพื่อการสนับสนุนธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ทั้งในระดับนานาชาติและระดับประเทศ ที่มีเป้าหมายการสนับสนุนที่เน้นทั้งบริษัทและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เครื่องมือสำหรับ Green Business Environment Reform ของ DCED Donor Committee for Enterprise Development (DCED) เป็นฟอรั่มแบ่งปันประสบการณ์ที่ใช้ได้ในทางปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาคเอกชน ซึ่งมีผู้เข้าร่วม ได้แก่ ผู้บริจาค มูลนิธิ และหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ เป็นต้น ทั้งนี้ DCED จะมีส่วนช่วยสนับสนุนกลยุทธ์การเติบโตสีเขียว (Green Growth) และการเติบโตอย่างทั่วถึง (inclusive Growth) […]