รายงานฉบับใหม่ของ Center for International Environmental Law ได้ระบุว่า ความต้องการพลาสติกกำลังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเมื่อคำนวณทั้งวงจรชีวิตของพลาสติกจะพบว่า ในปี 2019 นี้ การผลิตและการเผาทำลายพลาสติกจะก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกจำนวน 850 ล้านตัน เทียบเท่ากับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 189 โรง และถ้าการผลิตพลาสติกยังคงดำเนินต่อไปแบบนี้ ในปี 2030 ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากพลาสติกจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.34 จิกะตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 295 โรง รวมทั้งจะเพิ่มขึ้นไปถึง 2.8 จิกะตันต่อปี ในปี 2050 หรือเทียบเท่ากับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 615 โรง
ทั้งนี้ ในรายงานยังได้นำเสนอวิธีการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของพลาสติกจำนวน 5 วิธี คือ