มาตรการรัฐกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานยานยนต์

มาตรการรัฐกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานยานยนต์ ฐิติภัทร ดอกไม้เทศ ผู้ชำนาญการพิเศษ สถาบันยานยนต์   อุตสาหกรรมยานยนต์มีความสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในด้านการผลิตที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการจ้างงานจากห่วงโซ่อุปทานที่ยาวทำให้มีอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก และในด้านการใช้งานที่ยานยนต์ทำหน้าที่ขนส่งคนและสิ่งของไปยังจุดหมายที่ต้องการเพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตามภาคการขนส่งทางถนนใช้พลังงานมากถึงร้อยละ 23 ของการใช้พลังงานรวมจากทุกภาคเศรษฐกิจทั่วโลก และมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมยานยนต์ จึงมีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานยนต์ เพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อยมลพิษ

มาตรการราคาคาร์บอนกับความสามารถในการแข่งขันของไทยและประเทศในอาเซียน

รศ.ดร. ชยันต์ ตันติวัสดาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   1. ความจำเป็นในการใช้มาตรการราคาคาร์บอน มาตรการภาษีคาร์บอน (carbon taxes) และมาตรการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading Scheme: ETS หรือที่มักนิยมเรียกรวมกัน ว่ามาตรการราคาคาร์บอน (Carbon Pricing)1 ถือเป็นมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญในการบรรเทา (mitigate) ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากรายงานของ Word Bank and Ecofys (2015)2 พบว่า ณ สิ้นเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2015 ประเทศต่างๆ ทั่วโลกจำนวน 39 ชาติ และ 23 รัฐ ได้มีการใช้มาตรการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ซึ่งต่อไปนี้จะขอเรียกสั้น ๆ ว่า มาตรการตลาดคาร์บอน) และภาษีคาร์บอน ซึ่งครอบคลุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 7 GtCO2-eq หรือคิดเป็น 12% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายปีของโลก โดยที่ก๊าซเรือนกระจก จำนวน 8% ใช้ตลาดคาร์บอน […]

การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน…ภารกิจกู้โลก

การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน…ภารกิจกู้โลก กรณิศ ตันอังสนากุลนักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท ป่าสาละ จำกัด ท่ามกลางปัญหาที่รุมเร้ามากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลภาวะในทะเล การตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนการค้ามนุษย์และความไม่เป็นธรรมในการจ้างงาน เหล่านี้เป็นตัวอย่างของปัญหาที่ปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นภัยคุกคามที่หลายภาคส่วนถามหาความรับผิดชอบจากภาคธุรกิจในฐานะผู้ก่อปัญหาแล้ว ประเด็นเหล่านี้ยังเป็นความท้าทายที่ภาคเอกชนจำเป็นต้องก้าวผ่านเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจอีกด้วย หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals ขององค์การสหประชาชาติที่ทั่วโลกยึดถือเป็นหลักการร่วมกันคือเป้าหมายที่ 12 การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production) ซึ่งสะท้อนว่าเราไม่สามารถให้ผู้ผลิตเป็นจำเลยต่อปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นได้เพียงฝ่ายเดียว การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องเดินหน้าควบคู่กันไป เราจึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนพลวัตรทั้งสองเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน เป้าหมายลำดับที่ 12 ของ Sustainable Development Goals ขององค์การสหประชาชาติ ที่มา: http://www.unep.org/resourceefficiency/Home/WhatisSCP/tabid/105574/Default.aspx และ http://eu-refresh.org/sites/default/files/globalgoals.jpg การปรับตัวของภาคธุรกิจ แน่นอนว่าบริษัทเอกชนตกเป็นจำเลยของผลกระทบที่เกิดขึ้นแทบจะทุกกรณี เช่น การโจมตีบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ยักษ์ใหญ่ที่เป็นปลายทางของข้าวโพดจากการบุกรุกป่าต้นน้ำและปัญหาหมอกควันในภาคเหนือของไทย หรือแบรนด์ชุดกีฬาชั้นนำที่ถูกเรียกร้องให้ตรวจสอบเรื่องแรงงานที่ไม่เป็นธรรมในห่วงโซ่การผลิตแม้จะอยู่ไกลออกไปอีกซีกโลก ด้วยเหตุนี้เองในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเราจึงเห็นการปรับตัวด้านการผลิตของภาคธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการจำกัดผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากจะกล่าวถึงบริษัทชั้นนำที่ปรับตัวเรื่องความยั่งยืนในการผลิตแล้ว คงยากที่จะไม่กล่าวถึง Interface บริษัทผู้ผลิตพรมแบบแผ่นที่ได้รับการยกย่องด้านความยั่งยืนในอันอับต้นๆของโลก Interface ไม่ได้ลุกขึ้นมาปฏิวัติเพียงแค่กระบวนการผลิตแต่เป็นระบบคิด หรือ mindset ของทั้งองค์กร และมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยตั้งเป้าหมาย Mission Zero (ไม่สร้างของเสียจากกระบวนการผลิตเลย) ภายในปี 2020 นอกจากบริษัทจะประสบความสำเร็จในการปรับปรุงการใช้ไนลอน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และจัดการนำพรมหมดอายุกลับมาผลิตใหม่ได้ทั้งหมดแล้ว […]

เจจู: เกาะฟ้าใสไร้คาร์บอน

เจจู: เกาะฟ้าใสไร้คาร์บอน คุณฐิติภัทร ดอกไม้เทศ ผู้ชำนาญการ วิจัยอุตสาหกรรม สถาบันยานยนต์ 1. บทนำ ปัจจุบันในประเทศไทย มีการพูดถึงการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้าง แต่อย่างไรก็ตาม ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นสิ่งใหม่ ทั้งในด้านการใช้งานและการผลิต แม้กระทั่งการนิยามยานยนต์ไฟฟ้า ที่ยังเป็นที่เข้าใจไม่ตรงกัน ในทางทฤษฎี “ยานยนต์ไฟฟ้า” เป็นคำพูดโดยรวมของยานยนต์ที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้าเพื่อทำให้มอเตอร์ขับเคลื่อน (Motor driven) ตัวรถ ซึ่งแบ่งเป็นประเภทย่อยได้อีก 4 ประเภท ได้แก่ รถพลังงานผสม (Hybrid Electric Vehicle: HEV) รถพลังงานผสมแบบเสียบปลั๊ก (Plug-in Hybrid Electric Vehicle: PHEV) รถพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) และรถเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle) แต่อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไป การกล่าวถึงยานยนต์ไฟฟ้ามักจะหมายถึง รถพลังงานแบตเตอรี่ (BEV) มากกว่ารถประเภทอื่น ๆ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน […]

การประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) ตอนที่ 1

การประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) ตอนที่ 1   อ.ดร.มณเฑียร สติมานนท์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   การประเมินวัฏจักรชีวิต คือ กระบวนการวิเคราะห์และประเมินค่าผลกระทบของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีต่อสิ่งแวดล้อมตลอดช่วงชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยกระบวนการดังกล่าวสามารถคำนวณผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมออกมาได้ในเชิงปริมาณ (Quantitative Assessment)  โดยกระบวนการดังกล่าวคำนึงถึงกระบวนการผลิตตั้งแต่การสกัด จัดหา รวมทั้งการได้มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การกระจายสินค้าทั้งในระดับค้าปลีกและค้าส่ง การใช้งานผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค การนำกลับมาใช้ใหม่ การรีไซเคิลการซ่อมบำรุง การลดส่วนสูญเสีย และการจัดการเศษซากของผลิตภัณฑ์ อาจกล่าวได้ว่ากระประเมินดังกล่าวคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เกิดจนตาย (Cradle to Grave) ซึ่งถ้าเปรียบกับชีวิตของคนนั่นคือจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอนนั่นเอง โดยกระบวนการในการประเมินวัฏจักรชีวิตเริ่มจากการตั้งเป้าประสงค์ของการประเมินรวมทั้งขอบเขตของการประเมิน โดยส่วนใหญ่เป้าประสงค์หลักของการประเมินคือ การพยายามลดผลกระทบทางลบของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วผ่านนโยบายของรัฐหรือการตระหนักรู้ของผู้บริโภค การปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมให้ดีขึ้นโดยให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลงมากที่สุด การออกแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่เพื่อทดแทนผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง ในส่วนขอบเขตของการประเมินโดยส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประเมินสินค้าหรือบริการอยู่ในภาคส่วนใด อาทิ ภาคเอกชนจะดำเนินการประเมินผลิตภัณฑ์หรือบริการเฉพาะในส่วนของภาคเอกชนเท่านั้น และที่สำคัญการประเมินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการที่เอกชนจะได้รับมาตราฐานอุตสาหกรรมในหมวด 14000 ในขณะที่ภาครัฐอาจจะคำนึงศักยภาพในการแข่งขันของภาคบริการและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในด้าน Green productivity จึงมีการจัดทำการประเมินสินค้าอุตสาหกรรมในบางหมวดที่สำคัญขึ้น กระบวนการต่อมาหลังจากการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายคือการจัดทำข้อมูลฐานเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ ซึ่งนับเป็นจุดที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์ ฐานข้อมูลดังกล่าวระบุหรือประมาณการณ์ถึงปริมาณพลังงานและวัตถุดิบที่ใช้ (Energy and […]

ฉลากเขียว คืออะไร

ฉลากเขียว คืออะไร   รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาครัฐส่งเสริมระบบการติดฉลากสิ่งแวดล้อม หรือ Environment Label บางกรณีเรียกสั้นๆว่า Eco-Label เช่น ฉลากเขียว ฉลากคาร์บอน ฉลากประหยัดพลังงาน ฉลากรับรองไม่ทำลายป่าไม้ ฉลากลดการใช้น้ำ และ เกียรติบัตรใบไม้สีเขียวสำหรับธุรกิจโรงแรม เป็นต้น เพื่อให้สะท้อนว่าสินค้านั้นมีคุณประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า (สินค้าและบริการประเภทเดียวกันแต่ไม่มีฉลากรับรอง) มาตรฐานฉลากเขียว (Green Label) สำหรับวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Eco-Material หมายถึง วัสดุที่นำมาผลิตเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นที่การป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งวัสดุเหล่านี้สามารภนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือ มีการย่อยสลายง่าย ซึ่งมีส่วนช่วยลดการใช้พลังงานในการกำจัดหลังการใช้งานแล้ว มาตรฐานฉลากเขียว (Green Label) สำหรับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Product) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยในระหว่างการผลิตจะมีการใช้พลังงานและน้ำอย่างประหยัด รวมถึงลดของเสียและมลพิษในช่วงระหว่างการใช้งาน นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถนำวัตถุดิบและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นำกลับมาใช้ใหม่ (recycle) หรือคืนสภาพได้ (recovery) อีกด้วย […]

แบบจำลองกับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตอนที่ 2)

แบบจำลองกับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตอนที่ 2)   ดร.ณัฐพงษ์ พัฒนพงษ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากบทความเดิมที่ได้แนะนำถึงที่มาของการพัฒนาแบบจำลองซึ่งใช้ในการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในบทความนี้จะนำเสนอประเด็นที่ต่อเนื่อง โดยลำดับตามทิศทางการพัฒนาแบบจำลองในช่วงระยะเวลาประมาณ 25 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาแบบจำลองในระยะแรกเน้นที่การเชื่อมต่อระหว่างผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกับภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจ  ซึ่งนอกจากการแสดงถึงรายละเอียดของปริมาณการปล่อยก๊าซฯ กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจแล้ว แบบจำลองในระยะต่อมาได้เน้นไปที่การพัฒนาคุณสมบัติเชิงพลวัต(dynamic) ของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจข้ามช่วงระยะเวลาที่มากกว่า 1 ปี  โดยเหตุผลสำคัญในการพัฒนาให้แบบจำลองมีลักษณะเชิงพลวัตเนื่องจากก๊าซเรือนกระจก ที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศนั้นใช้เวลายาวนานในการสลายตัว และส่งผลทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภูมิอากาศของโลกมีช่วงเวลานาน   ซึ่งการพัฒนาแบบจำลองให้รวมคุณลักษณะดังกล่าวจะช่วยให้สามารถศึกษาถึงผลบวกและผลลบที่เกิดขึ้นข้ามช่วงเวลาจากเลือกที่จะเพิ่มหรือลดการปล่อยก๊าซ ณ ช่วงเวลาต่างกัน(inter-temporal decision)   โดยจากลักษณะของคุณสมบัติดังกล่าว ทำให้เกิดประเด็นสำคัญของค่าสัมประสิทธิ์หลักที่ใช้ในแบบจำลอง นั่นคือ อัตราของมูลค่าที่ลดลงในอนาคต (หรือ discount rate) ซึ่งแสดงถึงการเปรียบเทียบมูลค่า ณ ปัจจุบันกับอนาคตข้างหน้า (ในการวิเคราะห์ทางการเงินจะใช้ค่าดังกล่าวเป็นหลักสำคัญในการพิจารณาความคุ้มค่า โดยมูลค่าในอนาคตจะต้องปรับให้อยู่ในรูปของมูลค่าปัจจุบันโดยใช้ discount  rate)  โดยการเลือกใช้อัตราของมูลค่าที่ลดลงในอนาคต (discount rate) ที่แตกต่างกันก็จะส่งผลต่อข้อสรุปของการวิเคราะห์ที่ต่างกัน  โดยแบบจำลอง DICE  ที่พัฒนาโดยศาสตราจารย์ William Nordhaus เป็นตัวอย่างของการพัฒนาช่วงแรกของแบบจำลองเชิงพลวัตสำหรับการวิเคราะห์ผลกระทบของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และได้กำหนดให้อัตราของมูลค่าที่ลดลงในอนาคต(discount […]

จุลสารจับกระแสเศรษฐกิจสีเขียว ฉบับที่ 3 | ปีที่ 1 | กรกฎาคม พ.ศ. 2559

จุลสารจับกระแสเศรษฐกิจสีเขียว ฉบับที่ 3 | ปีที่ 1 | กรกฎาคม พ.ศ. 2559 เรื่องน่าสนใจในฉบับที่ 3 ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย อ. ชล บุนนาคถอดความหมาย “ความตกลงปารีส (Paris Agreement)” โดย ผศ.ดร. ชโลทร แก่นสันติสุขมงคลแบบจำลองกับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตอนที่ 2) โดย อ.ดร.ณัฐพงษ์ พัฒนพงษ์ฉลากเขียวคืออะไร โดย รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) ตอนที่ 1 โดย อ.ดร. มณเฑียร สติมานนท์เจจู: เกาะฟ้าใสไร้คาร์บอน โดย คุณฐิติภัทร ดอกไม้เทศ10 เทรนด์ธุรกิจสีเขียว ปี 2016 โดย คุณคมศักดิ์ สว่างไสว   บทบรรณาธิการ สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน […]

ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืน           อ.ชล บุนนาค คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ความสับสนระหว่าง เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) กับการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) เริ่มขึ้นเมื่อคำว่า เศรษฐกิจสีเขียว ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นในหนังสือชื่อ “Blueprint for a Green Economy” (Pearce และคณะ 1989) เพราะในบริบทนั้น เศรษฐกิจสีเขียวคือสิ่งเดียวกันกับการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ดี ในช่วงเกือบ 30 ปีที่ผ่านมาการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของทั้งสองแนวคิดทำให้ความแตกต่างระหว่างสองแนวคิดนี้เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น การทำความเข้าใจความแตกต่างและความสัมพันธ์ของ 2 แนวคิดนี้จึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการวิจัยและการกำหนดนโยบาย การพัฒนาที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจสีเขียว คือสิ่งเดียวกันหรือไม่? Newton และ Cantarello (2014) เสนอว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด โดยการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็น “เป้าหมาย” (Goal) ส่วนเศรษฐกิจสีเขียวเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ “หนทาง” (Means) ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน […]

สังคมคาร์บอนต่ำ ตอน คามิคัทสึ เมืองไร้ขยะ

สังคมคาร์บอนต่ำ ตอน คามิคัทสึ เมืองไร้ขยะ รศ.ดร.ชยันต์ ตันติวัสดาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป้าหมายเมืองไร้ขยะ ในปี ค.ศ. 2020 คามิคัทสึ เป็นเมืองด้านตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนเมืองใดในโลก เพราะผู้คนของเมืองนี้มีเป้าหมายที่เหลือเชื่อ และอาจกลายเป็นเมืองต้นแบบของเมืองอื่นๆ ของโลกได้เลยทีเดียว  ประชาชนของเมือง คามิคัทสึ จำนวนหนึ่งพันเจ็ดร้อยคน ร่วมกันให้คำมั่นสัญญาที่จะยุติการใช้พื้นที่ฝังกลบขยะและเตาเผาขยะโดยเด็ดขาดภายในปี ค.ศ. 2020 ด้วยการรีไซเคิลและใช้ซ้ำ (recycle and reuse) ของเสีย (waste) ทุกชนิดในครัวเรือน เมืองเล็กๆ เช่นนี้กับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย แต่ปัจจุบันคามิคัทสึก็สามารถจัดการกับร้อยละ 80 ของของเสียที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งในรูปของการรีไซเคิล การทำปุ๋ยหมัก และการใช้ซ้ำ  ส่วนที่เหลือร้อยละ 20 เท่านั้นที่ถูกนำไปฝังกลบ แถมยังช่วยให้สามารถลดต้นทุนในการจัดการลงเหลือเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น ชาวเมืองคามิคัทสึ ทำได้อย่างไร  กุญแจสำคัญของความสำเร็จของเมืองนี้ก็คือ การบังคับใช้กฎการรีไซเคิลที่เข้มงวดอย่างยิ่ง ด้วยการแยกขยะที่รีไซเคิลชนิดต่างๆ ออกเป็นประเภทย่อยถึง 34 ประเภท โดยทุกครัวเรือนทำการแยกขยะเอง และนำเศษวัสดุที่ได้รับการล้างทำความสะอาดแล้ว มายังศูนย์รีไซเคิลของเมือง  […]